ฟาร์มเกษตร (ครบเครื่อง เรื่องปุ๋ยยาฯ)
หน้าแรก | ตามสินค้า | สั่งซื้อ | เกี่ยวกับเรา
FB | iLab | อยากเป็นตัวแทนจำหน่าย | Eng Site
[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ กิมไล้ บุญเสถียร, Saturday 24 October 2020 11:39:54, เลขจัดส่ง SMAM000213708
คุณ ฉลอง เมืองช้าง, Saturday 24 October 2020 08:28:59, เลขจัดส่ง SMAM000213704
นาง ทองสุข เพ็ชรเพ็ง, Friday 23 October 2020 15:19:56, เลขจัดส่ง SMAM000213706
คุณ คุณ สุมล ขวัญทอง, Friday 23 October 2020 15:19:00, เลขจัดส่ง SMAM000213707
คุณ อรวิภา แก้วยิ่ง, Friday 23 October 2020 12:58:46, เลขจัดส่ง SMAM000213710
คุณ วัน เนียมมณี, Friday 23 October 2020 11:29:32, เลขจัดส่ง SMAM000213705
คุณ คำหล้า ทับสุข, Friday 23 October 2020 09:29:09, เลขจัดส่ง SMAM000213709
คุณ วิลัย เนตรัตน์, Thursday 22 October 2020 20:06:02, เลขจัดส่ง SMAM000213703
คุณ บุญส่ง รักกมล, Thursday 22 October 2020 15:39:01, เลขจัดส่ง SMAM000213581
คุณ พัฒนา สังขศิลากาญจน์, Thursday 22 October 2020 12:23:29, เลขจัดส่ง SMAM000213549
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
มันเส้น
58.9.158.83: 2555/03/07 13:32:25
- ต้องการซื้อมันเส้นจำนวน 5,000 ตัน 
- ความชื้นไม่เกิน 15%
- ปนเปื้อนไม่เกิน 5%
- ให้ราคาดี 

ติดต่อ...บริษัท เอ็น แนค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
081-8406353
มันเส้น
อ่าน:1728 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ฟาร์มเกษตร ให้ความรู้การเพิ่มผลผลิต ข้าว และมันสำปะหลังให้กับพี่น้องเกษตรกร
125.25.194.113: 2563/06/19 18:22:54
วันที่ 28 กพ 2552 ฟาร์มเกษตร ได้เดินทางไปให้ความรู้การเพิ่มผลผลิต ข้าว และมันสำปะหลังให้กับพี่น้องเกษตรกรอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก
ฟาร์มเกษตร ให้ความรู้การเพิ่มผลผลิต ข้าว และมันสำปะหลังให้กับพี่น้องเกษตรกร
อ่าน:1058 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
 เรื่อง ขอแจ้งเตือนผู้อาจตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงธุรกิจ สารพัดแชร์ ลูกโซ่ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์เว็บ
125.24.75.92: 2553/02/20 10:47:38
แจ้งเตือน การหลอกลวง สารพัน แชร์ลูกโซ่

เรื่อง ขอแจ้งเตือนผู้อาจตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงธุรกิจ สารพัดแชร์ ลูกโซ่ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์เว็บ


เนื่องจากปัจจุบันได้มีการกระทำความผิดของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก โดยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในลักษณะของแชร์ เช่น ธุรกิจแชร์ซื้อขายข้าวสาร ธุรกิจแชร์ซื้อขายแฟนไชร์ก๋วยเตี๋ยว ธุรกิจแชร์ลงทุนในเว็บไซต์ และการชักชวนให้ร่วมลงทุนในหลากรูปแบบมากมาย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม รู้สึกเป็นห่วงต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงขอแจ้งเตือน และให้ข้อมูล ข้อพึงระวังที่สามารถสังเกตเอง แก่พี่น้องประชาชน ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1. พิจารณาจากจำนวนสินค้า หรือสิ่งของที่ได้รับจากการร่วมลงทุนในธุรกิจ หากมีการซื้อขายแต่ว่าไม่ได้รับสินค้า หรือสิ่งของใดในการร่วมลงทุน ให้ระวังไว้ว่า ท่านอาจกำลังตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวง

2. หากได้รับสินค้าจากการลงทุนทำธุรกิจแชร์ แต่สินค้าที่ได้มาในการลงทุนไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไป เช่น การฉ้อโกงธุรกิจแชร์น้ำมันเครื่อง หรือธุรกิจแชร์อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จะถูกหลอกให้ร่วมลงทุน แล้วต้องหาลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนต่อๆกันไป โดยแต่ละรายต้องลงทุนไปจำนวนเงิน 20 000 บาท แต่ได้สินค้าตอบแทนมาเพียง อุปกรณ์ล้างรถ และกระป๋องน้ำยาขัดรถ ราคารวมประมาณ1 500 บาทเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ทันทีว่า ไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ชำระไป ซึ่งการกระทำโดยการให้สิ่งตอบแทนที่ไม่คุ้มกับราคานี้ เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้มีลักษณะดูเสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันจริงเท่านั้น

3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการหรือมีลักษณะ ที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆกันไป หลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆเลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด

4. พิจารณาจากรายได้ผลตอบแทน จากการประกอบการของธุรกิจที่มีการชักชวนให้ร่วมลงทุน หากผลประกอบการมีลักษณะที่สูงเกินกว่าปกติ ที่สามัญชนในการประกอบการค้าประเภทนั้นๆ พึงได้ ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเข้าข่ายลักษณะของการฉ้อโกงประชาชนให้ร่วมลงทุนทำ ธุรกิจแชร์ ที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกหลอกลวงได้

5. การทำธุรกิจโดยการชักชวนประชาชนร่วมลงทุนในลักษณะเครือข่าย หรือลักษณะแชร์ลูกโซ่ หากถูกต้องตามกฎหมาย ธุรกิจเหล่านี้จะต้องทำการจดทะเบียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยต้องทำการชี้แจงแผนการทำตลาดให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ทราบในรายละเอียดของการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนทุกขั้นตอน

6. พิจารณาจากที่ทำการที่ตั้งอันเป็นหลักแหล่ง ของผู้ประกอบการรวมทั้งการติดต่อของผู้ชักชวนให้ประกอบธุรกิจร่วมว่า มีที่ตั้งของสำนักงานในการประกอบธุรกิจที่แน่นอนหรือไม่ และสามารถที่จะติดต่อได้ตลอดเวลาทำการหรือไม่ หากมีการย้ายที่ประกอบการไปมาบ่อยครั้ง ปิดเว็บไซต์ หรือไม่สามารถที่จะติดต่อได้ น่าจะเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อประสงค์ฉ้อโกงประชาชน

หากพี่น้อง ประชาชน พบธุรกิจที่เข้าข่ายข้อสังเกต ข้างต้นหรือประสบการโดนหลอกลวงด้วยตนเอง หรือแนะนำให้ผู้ที่ถูกหลอกลวง สามารถแจ้งเรื่องราว ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 499 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น แขวง/เขต บางซื่อ จังหวัดกรุงเทพฯ (ช่วงระหว่าง สามแยกเตาปูนกับทางรถไฟ อยู่ช่วงซอยประชาชื่น 13-14 

อนึ่ง หากท่านมีญาติ พี่น้อง หรือบุคคลที่รู้จักถูกหลอกลวงตามลักษณะที่กล่าวมาแล้ว หรือพบเห็นการหลอกลวงดังกล่าว โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ ขอได้โปรดช่วยกัน ทำการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บพยานหลักฐานในเบื้องต้น Save หน้าจอ เว็บเพจ ข้อมูล hosting ที่เช่า Server ฯลฯ และมาแจ้งต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่ dsi @ dsi.go.th เพราะภายหลังที่ทำการแจ้งความแล้ว เว็บไซต์ดังกล่าวมักจะมีการปิดตัวของธุรกิจเหล่านี้ลง หลักฐานต่างๆ อาจถูกทำลาย

หากเป็นไปได้ ขอความกรุณาช่วยกัน เผยแพร่คำเตือนนี้ ไปในวงกว้าง จักเป็น อนิสงค์ที่แรงกล้า และขอขอบพระคุณยิ่ง

แต่อย่างไรก็ดี ผมหวังไว้ว่า ไม่ขอให้มีผู้ใดถูกหลอกลวง จากกลุ่มมิจฉาชีพ เหล่านี้เลยจะดีกว่า

ด้วยความปรารถดี

พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน

ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม

../ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน * 
อ่าน:1166 | ความคิดเห็น:1 | แสดงความคิดเห็น
ฟังกันมามากแล้ว ว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก แล้วทำไมชาวไทยยังจนกันอยู่อย่างนี้ล่ะครับ
125.24.8.20: 2553/02/20 10:47:38
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ที่กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันรวมตัวกันได้ และสามารถกำหนดราคาน้ำมัน ให้สูง หรือต่ำได้ตามใจชอบ ถึงแม้น้ำมันจะเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่เราไม่ได้กินน้ำมันเป็นอาหารนะครับ หลายคนอาจจะมาแย้งว่า ไม่มีน้ำมัน แล้วภาคขนส่ง โรงงานการผลิตจะขับเคลื่อนได้ยังไง ทำไม่เราไม่มองว่า หากประเทศเราไม่ผลิตของกิน แล้วใครมันจะทำงานได้ล่ะครับ จริงๆแล้วเรามีกันอยู่ไม่กี่ประเทศ ที่ส่งออกอาหารเป็นอันดับต้นๆของโลก ไหนจะพืชพลังงาน อย่าง มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน อ้อย และพืชเศรษฐกิจอย่างยางพารา ที่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญ แต่เราก็ไม่สามารถรวมกลุ่มกันให้เข็มแข็งอย่างโอเปคได้ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็ตัดราคายางพารากันเอง ต้องรอให้ไฟไหม้อินโดนีเซียก่อน ราคายางพาราในไทยถึงจะได้สูงขึ้นมา และยังมีข้าว ที่ส่งออกแข่งกับเวียดนาม

จริงๆหากเรารวมตัวกันได้กับกลุ่มประเทศเหล่านี้ เราน่าจะเป็นผู้กำหนดราคาสินค้าของเราได้ ไม่ใช่ให้ผู้อื่นมาเป็นคนกำหนด แต่ใครล่ะจะเป็นคนเริ่มต้น ฝากคนที่มีอำนาจหน้าที่ช่วยดูแลด้วยแล้วกัน
อ่าน:1941 | ความคิดเห็น:3 | แสดงความคิดเห็น
หญ้าดอกขาว 
222.123.160.103: 2553/02/20 10:47:38
ถ้าเกษตรกร เจอหญ้าดอกขาวที่เรียกว่าหญ้าดอกขาวดื้อยา 
เรียกว่าใช้สาร ฟีน๊อก ฉีดแล้วไม่ตาย 
มีสารตัวไหนที่พอจะใช้แทนได้หรือเป่า หรือว่า มีสารตัวไหนที่พอ จะผสมแล้วใช้ฆ่าได้บ้าง 
อ่าน:1288 | ความคิดเห็น:8 | แสดงความคิดเห็น
​เกษตรอินทรีย์ ทาง​เลือก​ใน​การ​แข่งขันสำหรับธุรกิจขนาดย่อม
125.24.86.67: ././. .:.:.
ข้อมูลจาก: http://www.newswit.com/news/2007-07-17/0807-c62885aeeed7aaa1a76601ff0d6ca2b1/

กระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม สำนักงาน​ความร่วมมือทางวิชา​การของ​เยอรมัน ​หรือ GTZ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำมหาวิทยาลัย​แม่​โจ้ สำนักงานมาตรฐาน​เกษตรอินทรีย์ สมาคม​การค้า​เกษตรอินทรีย์​ไทย ​และสหกรณ์กรีน​เนท ​ได้ร่วมกันจัด​เวที​เสวนา​การ​เพิ่มประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ ครั้งที่ 5 ขึ้น ​เมื่อ​เร็วๆ นี้ ​ในหัวข้อ “อุตสาหกรรม​เกษตรอินทรีย์​ไทย...ภูมิปัญญา​และนวัตกรรม” ​เพื่อ​เป็น​เวที​แลก​เปลี่ยน​ความรู้ ประสบ​การณ์ ​และข้อคิด​เห็นของบุคคลต่างๆ ที่มีบทบาทหน้าที่หลัก​ใน​การพัฒนาผลิตภัณฑ์​และ​การตลาดของ​เกษตรอินทรีย์ ​โดยมีประ​เด็นที่​ให้​ความสำคัญต่อ​การนำภูมิปัญญา​ไทยมาผสานกับ​เทค​โน​โล ยี กับกระบวน​การจัด​การ ก่อ​ให้​เกิดนวัตกรรม ​เพื่อ​การพัฒนา​การผลิต​และ​การค้าสินค้า​เกษตรอินทรีย์ของ​ไทยต่อ​ไป
​ในภาพ จากซ้าย
1. คุณสมชัย ​เพียรสถาพร
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่ง​แวดล้อม
2. รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ

ประธานกรรม​การบริหารสาขาวิชาส่ง​เสริม​การ​เกษตร​และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุ​โขทัยธรรมาธิราช
3. คุณสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์
ประธาน มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ
4. ดร..มิชชา​เอล บันสฮัฟ
อุปทูต
สหพันธสาธารณรัฐ​เยอรมนี ประจำประ​เทศ​ไทย
5. ดร.รุ่ง​เรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา
ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่า​การกระทรวง​เกษตร​และสหกรณ์
6. นายบัวร์คาร์ด ​เร้า​เชลบัค
​ผู้อำนวย​การกลุ่มงาน​เสริมสร้างประสิทธิภาพ​เชิง​เศรษฐนิ​เวศ, GTZ
7. นายปรา​โมทย์ ขลิบ​เงิน
รองอธิ​การบดีฝ่ายทรัพย์สิน​และกิจ​การพิ​เศษ มหาวิทยาลัย​แม่​โจ้
​เกษตรอินทรีย์ ทาง​เลือก​ใน​การ​แข่งขันสำหรับธุรกิจขนาดย่อม
อ่าน:3538 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
125.24.86.67: 2563/06/25 16:27:36
ราคา มันสำปะหลังสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกมันสำปะหลังกันมากขึ้น และเพื่อป้องกันมิให้มีการหักร้างถางป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกมัน สำปะหลัง ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง จึงได้แนะนำ หลักในการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ดังนี้

1. การปรับปรุงดินให้เหมาะสมต่อการผลิตมันสำปะหลัง หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความ สามารถในการอุ้มน้ำได้ดีและการเพิ่มธาตุอาหารหลักให้กับดิน ได้แก่ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์หรือเปลือกมันจากโรงงานแป้งหรือปุ๋ยพืชสดจาก ปอเทืองและถั่วพร้าปลูกแล้วไถกลบ ในกรณีที่ดินถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดชั้นดินดานใต้ดิน ทำให้ระบายน้ำลงใต้ดินได้ยากในฤดูฝน เกิดปัญหาหัวเน่าจากน้ำท่วมขัง ในช่วงฤดูแล้งมันสำปะหลังไม่สามารถใช้น้ำใต้ดินได้ ทำให้เกิดการชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรไถระเบิดชั้นดินดาน หรือ ใช้หญ้าแฝกปลูกประมาณ 1-2 ปี เพราะหญ้าแฝกมีระบบรากลึกถึง 3 เมตร สามารถทำลายชั้นดินดานได้ อีกทั้งเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้กับดินด้วย

2. การเลือกฤดูปลูก หลักสำคัญก็คือควรจัดวันปลูกเพื่อให้ช่วงอายุ 3-12 เดือนของมันสำปะหลังได้รับน้ำฝนมากที่สุด เพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในช่วงอายุดังกล่าว โดยในช่วงแรกระยะตั้งแต่ 1-3 เดือนหลังปลูก มันสำปะหลังต้องการน้ำน้อยเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น เมื่อคำนวณแล้ว พบว่า การปลูกมันสำปะหลังแบบอาศัยน้ำฝนจะให้ผลผลิตสูงสุดเมื่อปลูกในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-มีนาคม) รองลงมา คือ ต้นฤดูฝน (เมษายน-พฤษภาคม) และปลายฤดูฝน (ตุลาคม-พฤศจิกายน) แต่การปลูกในช่วงฤดูร้อนและปลายฤดูฝนมีข้อจำกัดของปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย มีผลต่อการงอกของท่อนพันธุ์

3. การเลือกพันธุ์มันสำปะหลัง ดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าเป็นดินดี ดินชนิดนี้สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลางถึงเลว ดินชนิดนี้ไม่สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ เนื่องจากดินแตกง่ายไม่เกาะติดกัน โดยดินร่วนเหนียว ควรปลูก พันธุ์ระยอง 5 และระยอง 72 ส่วนดินร่วนทรายควรปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 90 ห้วยบง 60 และระยอง 9 เนื่องจากทั้ง 4 พันธุ์ เมื่อนำไปปลูกในดินร่วนเหนียวจะเจริญเติบโตในส่วนของ ลำต้นที่อยู่เหนือดินมากกว่าลงหัว หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันว่าขึ้นต้นหรือบ้าต้นเกินไป ส่วนพันธุ์ระยอง 7 นั้นเหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของ การเจริญเติบโต แต่ไม่เหมาะกับสภาพดินที่แห้งแล้ง

4. การเตรียมดินให้ลึก หลักสำคัญก็คือ ต้องไถดะครั้งแรกให้ลึกที่สุดด้วยผาล 3 หรือ ผาล 4 เท่านั้น ควรไถดะในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ ห้ามไถดะด้วยผาล 7 เพราะจะไถได้ไม่ลึกการ ไถดะให้ลึกจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักความชื้นของดินได้มากขึ้นและมัน สำปะหลัง ลงหัวได้ง่าย จากนั้น ตากหน้าดินเพื่อให้วัชพืชตาย ถ้าเป็นดินร่วนเหนียวควรไถแปรครั้งที่สองเพื่อย่อยดินด้วยผาล 7 และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ส่วนดินร่วนทรายไม่จำเป็นต้องไถแปรครั้งที่สองด้วยผาล 7 สามารถยกร่องพร้อมปลูกได้เลย ในกรณีที่ เกษตรกรสามารถหาปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักได้ควร หว่านก่อนไถดะ ปุ๋ยหมักที่ใช้ได้ผลดี คือ ปุ๋ยหมักมูลไก่ 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ วัสดุอินทรีย์จากกากมันที่เหลือจากโรงงานแป้ง 2 ตันต่อไร่

5. การปลูกที่ถูกต้อง หลักสำคัญก็คือ ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด โดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตาถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คม เพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-1.00 เมตร และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร

6. การกำจัดวัชพืช หลักสำคัญก็คือ มันสำปะหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือนหลังจากปลูก เพื่อสร้างพุ่มใบให้คลุมพื้นที่ระหว่างร่องทั้งหมด ดังนั้น ภายในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงวิกฤติของมันสำปะหลัง ต้องดูแลรักษาให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลัง มันสำปะหลังจะแคระแกร็น มีผลให้ผลผลิตลดลงมาก การกำจัดวัชพืชสามารถเลือกทำแบบผสมผสาน โดยใช้จอบถาง รถไถเดินตามแถก ระหว่างร่อง ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอกหรือสารเคมีฆ่าหลังวัชพืชงอก สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผลเฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น ห้ามใช้ไกลโฟเสทในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะมีผลทำให้ชะงักการเจริญเติบโต

7. การใส่ปุ๋ยเคมี ควรเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 2 : 1 : 2 ปุ๋ยเคมีที่แนะนำ คือ 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วกลบ ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือนหลังจากปลูก และต้องใส่ปุ๋ยเคมีในขณะที่ดินมีความชื้นและต้องกลบปุ๋ยด้วย ถ้าไม่กลบปุ๋ยอาจสูญเสียปุ๋ยมากเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเก็บเกี่ยวควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสมตั้งแต่ อายุ 10-18 เดือน ควรงดเว้นการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังในช่วงฝนแรก คือ ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เนื่องจากมันสำปะหลังแตกใบอ่อน จะให้เปอร์เซ็นต์ แป้งต่ำ

8. การให้น้ำมันสำปะหลัง ควรให้น้ำในช่วงฤดูแล้งเพื่อจะช่วยให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อ เนื่องหรือทำให้ใบร่วงน้อยที่สุด มีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ต้องปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน มีการให้น้ำในช่วง สองเดือนแรกของการเจริญเติบโตตามความจำเป็น และให้น้ำเต็มที่ในช่วงฤดูแล้ง 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

รายละเอียดสอบถามได้ที่สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-0603 และ 0-2940-5492 และศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง 0-3868-1515 ทุกวันในเวลาราชการ.

นวลศรี โชตินันทน์
ข้อมูลจาก: dailynews.co.th/ web/html/popup_news/ Default.aspx?Newsid=162916 &NewsType=1&Template=1
ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร จึงจะได้ผลผลิตสูงสุด
อ่าน:8646 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ลดปัญหาภัยแล้งและท่วม ชลประทานพยากรณ์น้ำ ล่วงหน้า
125.24.20.252: ././. .:.:.
จาก: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=113824

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เผยว่า กรม ชลประทานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ซึ่งจะทำให้คาดการณ์สถานการณ์ น้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 33,200 ตารางกิโลเมตร ในเขต 22 จังหวัด ทั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีนได้ ล่วงหน้า 3-7 วัน ซึ่งเพียงพอที่จะเตรียมการป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนได้รับทราบ

รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวอีกว่า การบรรเทาปัญหาอุทกภัยต้องดำเนินการหลายๆด้าน และเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ คือ ระบบที่สามารถพยากรณ์การไหลของน้ำ และคาดการณ์หากเกิดน้ำท่วม โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือช่วยในการเตือนภัยที่จะเกิดขึ้นและ เตรียมการเพื่อช่วยในการลดความเสียหาย รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี

“สำหรับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อมาใช้พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน จะนำมาใช้ตั้งแต่ฤดูฝนในปี 2552 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ข้อมูลการตรวจวัด ปริมาณน้ำของกรมชลประทานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้ยังจะนำระบบ พยากรณ์น้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน ดังกล่าว ไปพัฒนาประยุกต์ใช้ในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความถูกต้อง” นายวีระกล่าว.
ลดปัญหาภัยแล้งและท่วม ชลประทานพยากรณ์น้ำ ล่วงหน้า
อ่าน:47832 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
หนุนอีสานปลูกยาง 2.5 ล้านไร่ เปิดแหล่งรับซื้อ บุรีรัมย์ หนองคาย 
58.9.142.112: ././. .:.:.
From: http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=112971

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่ไทยได้เสนอต่อที่ประชุมยางโลกซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกคือไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียที่ว่าประเทศไทยมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกยาง 4 แสนไร่ เพื่อหันมาปลูกปาล์มนั้น ส่งผลให้สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่

โดยแต่ละปีจะมีการนำเข้ายางพาราจากประเทศไทยประมาณ 830,000 ตัน จากปริมาณการส่งออกทั้งประเทศ 2,700,000 ตัน หรือ 1 ใน 3 เกิดความไม่แน่ใจ พร้อมทั้งเตรียมหาแหล่งรับซื้อที่ใหม่โดยมุ่งไปที่ประเทศเวียดนาม ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงเดินทางเข้าพบกับรัฐมนตรีเกษตรจีนที่กำกับดูแลยาง และสมาคมอุตสาหกรรมยางจีนที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหาการซื้อวัตถุดิบป้อนโรงงาน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวต่อว่า ในการเจรจาดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผันผวนเพราะมีการเก็งราคา รวมทั้งซื้อขายลมโดยไม่มีการส่งมอบจริง และยังสร้างความมั่นใจว่าปริมาณผลผลิตยางไทยยังมีคุณภาพ มีเพียงพอต่อความต้องการใช้ เพราะไทยได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่แถบภาคอีสานปลูกยางเพิ่มขึ้นอีก 2.5 ล้านไร่ ซึ่งผลผลิตจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในปี'54 และเมื่อผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด จะไม่มีปัญหาเรื่องราคาอย่างแน่นอน เพราะได้เตรียมแหล่งรับซื้อผลิตผล ไว้ 2 จุด ซึ่งอยู่ ในจังหวัดบุรีรัมย์ และหนองคาย

อย่างไรก็ตาม ยังได้เสนอให้ผู้ที่ลงทุนในสมาคมยางจีน เข้ามาลงทุนทำอุตสาหกรรมฯในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งคาดว่าต่อไปในอนาคตผลิตผลจากฝั่งลาว และเขมร ที่ประเทศเวียดนามเข้าไปลงทุน จะถูกส่งมาแปรรูปทางด้านบริเวณนี้และจะส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่และภายใน ประเทศดีขึ้นอย่างแน่นอน

“การไปในครั้งนี้ยังได้เยี่ยม สนง.ที่ดูมาตรฐานของยางจีนที่ใช้ระบบ CCC รับรองมาตรฐาน เพื่อต่อไปไทยจะได้นำระบบดังกล่าวมาทำระบบมาตรฐานอย่างที่จีนใช้ นำมากำหนดเทียบเคียงร่วมกัน โดยเจ้าหน้าที่ของไทยจะเป็นผู้ตรวจสอบดูแลระบบทั้งหมด” นายสมชายกล่าว.
หนุนอีสานปลูกยาง 2.5 ล้านไร่ เปิดแหล่งรับซื้อ บุรีรัมย์ หนองคาย 
อ่าน:1171 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ฟาร์มเกษตร เข้าร่วมให้ความรู้การปลูกมันสำปะหลัง ในการประชุมจัดตั้งหมู่บ้านนิคมเกษตร จ.อุบลราชธานี ที่ปรึกษา รมต. กระทรวงเกษตรเข้าร่วม
125.24.73.214: 2563/06/24 11:55:59
ฟาร์มเกษตรเข้าร่วมให้ความรู้การปลูกมันสำปะหลัง ในการประชุมจัดตั้งหมู่บ้านนิคมเกษตร จ.อุบลราชธานี ณ โรงเรียนบ้านนาเจริญ ตำบล ดอนจิก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี คุณแท่งทอง ชูวาธิวัฒน์ ที่ปรึกษาของ รัฐมลตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, อาจารย์ ประภาส สุทธิอาคาร นายกสมาคมเกษตรกรไทยและ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน, นาย ยอดยุทร เดชรุ่งเรือง รองนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานี, คุณ จารุรัตน์, คุณปิยะมาศ ผู้บริหารฟาร์มเกษตร และผู้อำนวยการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัทไอออนิคจำกัด ประเทศไทย เข้าร่วมบรรยาย
ฟาร์มเกษตร เข้าร่วมให้ความรู้การปลูกมันสำปะหลัง ในการประชุมจัดตั้งหมู่บ้านนิคมเกษตร จ.อุบลราชธานี ที่ปรึกษา รมต. กระทรวงเกษตรเข้าร่วม
อ่าน:1798 | ความคิดเห็น:5 | แสดงความคิดเห็น
533 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 53 หน้า, หน้าที่ 54 มี 3 รายการ
|-Page 48 of 54-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 |
การเสียบยอดมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศ-ส้มทรอยเยอร์ ออสเตรเลีย รากยาว ทนแล้ง ไร้โรคโคนเน่า
Update: 2563/06/30 09:38:45 - Views: 5652 | Ans: 0
การเสียบยอดมะนาวบนต้นตอส้มต่างประเทศ-ส้มทรอยเยอร์ ออสเตรเลีย รากยาว ทนแล้ง ไร้โรคโคนเน่า
ฟาร์มเกษตรเข้าร่วมพบปะกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางพารา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาโรคซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำยางไม่ออก
Update: 2563/06/19 17:38:01 - Views: 526 | Ans: 3
รับชื้อมันสำปะหลังจ.ศรีสะเกษและจ.ไกล้เคียง
Update: 2559/02/20 16:00:44 - Views: 979 | Ans: 0
การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูทุเรียน โรคทุเรียน เพลี้ยแป้งทุเรียน เพลี้ยไก่แจ้ในทุเรียน โรคใบติด ในทุเรียน โรคเชื้อรา ไฟทอฟธอรา ทุเรียน
Update: 2563/05/21 09:25:27 - Views: 245 | Ans: 0
การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูทุเรียน โรคทุเรียน เพลี้ยแป้งทุเรียน เพลี้ยไก่แจ้ในทุเรียน โรคใบติด ในทุเรียน โรคเชื้อรา ไฟทอฟธอรา ทุเรียน
การป้องกันกำจัดโรคและศัตรูทุเรียน โรคทุเรียน เพลี้ยแป้งทุเรียน เพลี้ยไก่แจ้ในทุเรียน โรคใบติด ในทุเรียน โรคเชื้อรา ไฟทอฟธอรา ทุเรียน
จีนตอบโต้มาตรการภาษีอเมริกา สะเทือนถึงเกษตรกรขาดรายได้
Update: 2562/09/02 09:40:53 - Views: 405 | Ans: 0
จีนตอบโต้มาตรการภาษีอเมริกา สะเทือนถึงเกษตรกรขาดรายได้
เวียดนาม ราคาส่งออกยางพาราพบปัญหา ราคาตก
Update: 2562/09/08 13:42:18 - Views: 260 | Ans: 0
เวียดนาม ราคาส่งออกยางพาราพบปัญหา ราคาตก
ปุ๋ยตรากระต่าย ยูเรีย 46-0-0 ต้องการ 60 ตัน ขอราคา
Update: 2555/07/21 07:41:32 - Views: 3576 | Ans: 0
หากเราตากฝนตกปรอยๆ จะทำให้เราเป็นหวัดได้ แต่ตากฝนตกหนักนั้นไม่เป็นไร นี่เรื่องจริงนะเออ..
Update: 2562/08/10 16:05:28 - Views: 519 | Ans: 0
หากเราตากฝนตกปรอยๆ จะทำให้เราเป็นหวัดได้ แต่ตากฝนตกหนักนั้นไม่เป็นไร นี่เรื่องจริงนะเออ..
ลิ้นจี่ใบไหม้ โรคใบจุดสนิม โรคราลิ้นจี่ ใช้ไอเอส เพลี้ยแมลงในลิ้นจี่ ใช้มาคา ส่วนหนอน ใช้ ไอกี้-บีที
Update: 2563/05/19 11:41:57 - Views: 98 | Ans: 1
ลิ้นจี่ใบไหม้ โรคใบจุดสนิม โรคราลิ้นจี่ ใช้ไอเอส เพลี้ยแมลงในลิ้นจี่ ใช้มาคา ส่วนหนอน ใช้ ไอกี้-บีที
รับซื้อมันเส้น สะอาด. ตลอดทั้งฤดูกาล
Update: 2559/04/29 16:03:36 - Views: 1126 | Ans: 0
© FarmKaset.ORG