ฟาร์มเกษตร (ครบเครื่อง เรื่องปุ๋ยยาฯ)
หน้าแรก | ตามสินค้า | สั่งซื้อ | เกี่ยวกับเรา
FB | iLab | อยากเป็นตัวแทนจำหน่าย | Eng Site
[sort by : last post | last update] wiki เกษตร ที่ใครๆก็โพสได้..
+ โพสเรื่องใหม่ | + เลือกหน้า | All contents

 
ติดตามสินค้าที่คุณสั่ง
คุณ กิมไล้ บุญเสถียร, Saturday 24 October 2020 11:39:54, เลขจัดส่ง SMAM000213708
คุณ ฉลอง เมืองช้าง, Saturday 24 October 2020 08:28:59, เลขจัดส่ง SMAM000213704
นาง ทองสุข เพ็ชรเพ็ง, Friday 23 October 2020 15:19:56, เลขจัดส่ง SMAM000213706
คุณ คุณ สุมล ขวัญทอง, Friday 23 October 2020 15:19:00, เลขจัดส่ง SMAM000213707
คุณ อรวิภา แก้วยิ่ง, Friday 23 October 2020 12:58:46, เลขจัดส่ง SMAM000213710
คุณ วัน เนียมมณี, Friday 23 October 2020 11:29:32, เลขจัดส่ง SMAM000213705
คุณ คำหล้า ทับสุข, Friday 23 October 2020 09:29:09, เลขจัดส่ง SMAM000213709
คุณ วิลัย เนตรัตน์, Thursday 22 October 2020 20:06:02, เลขจัดส่ง SMAM000213703
คุณ บุญส่ง รักกมล, Thursday 22 October 2020 15:39:01, เลขจัดส่ง SMAM000213581
คุณ พัฒนา สังขศิลากาญจน์, Thursday 22 October 2020 12:23:29, เลขจัดส่ง SMAM000213549
ดูรายการจัดส่งทั้งหมด
ส่งออกข้าวโพดหวาน อนาคตรุ่ง
101.51.57.176: 2555/07/27 15:00:57

 

ผู้ประกอบการข้าวโพดหวานกระป๋องลุ้นระทึกอียูยกเลิกมาตรการตอบโต้ทุ่มตลาดกลางปีนี้ เผยหากผู้ประกอบการฝรั่งเศส ฮังการี ไม่เสนอกรรมาธิการยุโรปทบทวน จะถูกยกเลิกโดยปริยายชี้หวังได้สูงเหตุหิมะถล่มสินค้าขาดตลาด ข้าวโพดฝักอ่อนไทยพลอยได้รับอานิสงส์ราคาแตะกก. 35 บาท 

 
นายพรชัย ปิ่นวิเศษ ประธานกลุ่มข้าวโพดหวาน สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ตลาดข้าวโพดหวานกระป๋องว่ามีแนวโน้มที่สดใสมาก เพราะเวลานี้ทุกตลาดหันมานำเข้าข้าวโพดหวานกระป๋องจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี แม้ว่าข้าวโพดหวานกระป๋องของไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี)จากสหภาพยุโรป(อียู) แต่ยังสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะสหรัฐอเมริกาผลผลิตข้าวโพดหวานเริ่มลดลงหลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมปลูกพืชพลังงาน จึงหันมานำเข้าจากไทย ส่วนญี่ปุ่นก่อนหน้านี้เป็นผู้นำเข้าจากสหรัฐฯเมื่อผลผลิตสหรัฐฯลดลงสินค้าราคาแพงญี่ปุ่นจึงหันมานำเข้าจากไทยเช่นเดียวกัน

 
นอกจากมีตลาดใหม่เข้ามารองรับตลาดสหภาพยุโรปแล้ว ขณะนี้ผู้ประกอบการมีความหวังลึกๆ ว่ากลางปีนี้จะมีข่าวดีสำหรับตลาดสหภาพยุโรป เพราะว่าเดือนมิถุนายน 2555 จะครบ 5 ปีที่อียูเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและจะมีการทบทวนเป็นครั้งแรก ซึ่งตามขั้นตอนนั้นผู้ประกอบการในยุโรปที่เป็นผู้ยื่นเรื่องต่อทางการของยุโรปให้ไต่สวนและเรียกเก็บภาษีเอดีผู้ส่งออกของไทยต้องเป็นผู้ยื่นให้มีการทบทวนจะยกเลิกหรือเรียกเก็บภาษีเอดีในอัตราเท่าใด หากผู้ประกอบยุโรปไม่ยื่นให้ทบทวนเท่ากับว่าการเรียกเก็บภาษีเอดีจากผู้ส่งออกไทยถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

 
"เวลานี้หลายประเทศในสหภาพยุโรปประสบภัยธรรมชาติหิมะตกอย่างรุนแรง จนไม่สามารถปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ สินค้าพืชผักต่างๆ ไม่เพียงพอบริโภค จะเห็นได้ว่าเวลานี้ยุโรปสั่งนำเข้าข้าวโพดฝักอ่อนสดจากประเทศไทยจนสินค้าไม่พอป้อน และดันราคาภายในประเทศสูงขึ้นจากเคยรับซื้อกก.ละ 20-21 บาท เวลานี้ข้าวโพดฝักอ่อนราคาสูงถึงกก.ละ 35 บาท จึงมีความหวังว่าผู้ประกอบการในประเทศฝรั่งเศส ฮังการี และอิตาลีที่ยื่นฟ้องกล่าวหาไทยทุ่มตลาดข้าวโพดหวานจะไม่ยื่นให้ทางการยุโรปทบทวน นั่นเท่ากับว่ามาตรการเรียกเก็บเอดีถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ส่วนข้าวโพดหวานกระป๋องราคายังไม่เคลื่อนไหวสูงขึ้นเท่ากับข้าวโพดฝักอ่อนเพราะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม"

 
นายพรชัย กล่าวว่าจากการที่อุตสาหกรรมข้าวโพดหวานกระป๋องมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) บรรจุข้าวโพดหวานเป็นพืชเศรษฐกิจ มีนโยบายส่งเสริมปลูกอย่างชัดเจน เพราะเวลานี้ปัญหาของผู้ประกอบการคือวัตถุดิบไม่เพียงพอป้อนโรงงาน ทั้งที่ตลาดมีความต้องการ ขณะเดียวกันได้เสนอกระทรวงพาณิชย์เข้ามากำกับดูแลผู้ประกอบการไม่ให้ขายสินค้าตัดราคากันเอง เพราะสาเหตุถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดอยู่ ณ เวลานี้เป็นผลสืบเนื่องจากผู้ประกอบการขายตัดราคากันเอง ซึ่งไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด เพราะข้าวโพดหวานกระป๋องตลาดมีความต้องการสูง ผู้ส่งออกของไทยสามารถกำหนดราคาขายได้โดยไม่ต้องไปกดราคาขายแข่งกันแต่อย่างใด
 
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
 
ส่งออกข้าวโพดหวาน อนาคตรุ่ง
อ่าน:4731 | ความคิดเห็น:5 | แสดงความคิดเห็น
ไก่ดำสงขลา
202.151.7.28: 2555/07/26 10:09:44

ขายไก่ดำยูนาน ไก่ดำมองโกเลีย ไก่เบตง ไก่งวง ติดต่อนายสุธรรม จันทรัตน์  lสงขลา โทร.0824354479 

อ่าน:3698 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
แนวโน้มราคายางปี 2555 มีโอกาสขยับขึ้นจากปัจจุบัน
101.51.56.40: 2555/07/26 08:09:37

 

ราคายางในปี '55 ยังมีแนวโน้ม_ผันผวน ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อปริมาณการผลิต &ความต้องการ ยางในตลาดโลก โดยปัจจัยที่ต้องจับตา คือ

1) ความวิตกต่อวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศEuro Zone ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้ม... ชะลอตัว ซึ่งส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวของอุตสาฯ ยานยนต์ มีแนวโน้มชะลอตัว รวมทั้ง
2) การเข้าซื้อ หรือ ชะลอการซื้อยางของ... จีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางNo.1 ของโลก ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคายาง นอกจากนี้
3) การปรับตัวของราคาน้ำมัน
4) การเก็งกำไรของกองทุนโภศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองแนวโน้มราคายางปี 2555 มีโอกาสขยับขึ้นจากปัจจุบัน แต่ยังต่ำกว่าระดับเฉลี่ยปี 2554

ราคายางใน ปี 2555 ยังมีแนวโน้มผันผวน ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อปริมาณการผลิตและความต้องการยางในตลาด โลก โดยปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ความวิตกต่อวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซน ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งส่งผลทำให้อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มชะลอตัว รวมทั้งการเข้าซื้อหรือชะลอการซื้อยางของจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางอันดับ 1 ของโลก ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคายาง นอกจากนี้ การปรับตัวของราคาน้ำมัน การเก็งกำไรของกองทุนโภคภัณฑ์ต่างๆในตลาดซื้อขายยางล่วงหน้า รวมถึงการดำเนินมาตรการของรัฐบาลในการเข้าแทรกแซงตลาดยาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพยุงราคายาง ก็ส่งผลกระทบต่อราคายางเช่นกัน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ยังคงส่งผลให้คาดการณ์ว่าราคายางในปี 2555 ยังมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องจากในปี 2554 หลังจากที่ราคายางอยู่ในช่วงขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552

ในปี 2554 ราคายางผันผวน ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติสึนามิและแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางที่สำคัญของโลก และช่วงเดือนเมษายนที่ทั่วโลกเกิดความวิตกว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนยาง เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวนในแหล่งผลิตยางที่สำคัญ ทั้งไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นราคายางก็ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญคือ ความวิตกถึงผลกระทบของวิกฤตหนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซน และภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีแนวโน้มชะลอตัวทั้งในสหภาพยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน ส่งผลให้แนวโน้มความต้องการยางมีแนวโน้มชะลอตัวตามไปด้วย รวมทั้งจีนมีชะลอการรับซื้อยาง เนื่องจากปริมาณสต็อกมีเพียงพอ และในช่วงเดือนตุลาคมราคายางมี แนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมากจากข่าวการขายยางให้จีนในราคาเอฟโอบี 105 บาท/กก. ส่งผลกดดันให้ราคาขายยางในตลาดในประเทศปรับตัวลดลงอย่างมาก จากราคาเฉลี่ยยางแผ่นดิบ ณ ตลาดกลางท้องถิ่นที่ทรงตัวอยู่ในระดับ 126 บาท/กก.ในเดือนกันยายน 2554 มาอยู่ที่ระดับ 111.99 บาท/กก.ในเดือนตุลาคม 2554 และณ วันที่ 20 มกราคม 2554 อยู่ที่ระดับ 110.29 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หารือร่วมกับกลุ่มเครือข่ายชาวสวนยางถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตก ต่ำ โดยกระทรวงเกษตรฯเสนอคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.)ในการประชุมวันที่ 17 มกราคม 2555 พิจารณาอนุมัติงบประมาณ 10,000 ล้านบาท มอบหมายให้องค์การสวนยาง และองค์กรเกษตรกร รับซื้อยางจากเกษตรกรจำนวน 2 00,000 ตันเก็บเข้าสต็อก โดยมีเป้าหมายว่าจะสามารถดึงราคายางใน ประเทศให้ขึ้นไปถึง 120 บาท/กก.ได้ภายใน 2 เดือน ซึ่งหลังจากกนย.อนุมัติจะเสนอที่ประชุมครม.วันที่ 24 มกราคม และหลังครม.อนุมัติก็จะสามารถใช้เงินดังกล่าวในการดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวการจะเข้าแทรกแซงตลาดยางของรัฐบาลโดยการดึงปริมาณผลผลิตยางออกจากตลาด โดยการเก็บสต็อกไว้ นับเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้ราคายางมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น 

ปัจจัยที่จะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางราคายางในระยะต่อไป ได้แก่

1.ความต้องการยางในตลาดโลก เนื่องจากยางที่ผลิตได้ในประเทศทั้งหมด มีการใช้ในประเทศเพียงร้อยละ 14.0 เท่านั้น ส่วนที่เหลือส่งออกในรูปของยางแปรรูปขั้นต้น(ยางแผ่น ยางแท่ง น้ำยางข้น ยางคอมปาวน์ ฯลฯ) และผลิตภัณฑ์ยาง(ยางยานพาหนะ ถุงมือยาง สายพานลำเลียงฯลฯ) กลุ่มศึกษายางระหว่างประเทศ (IRSG) คาดการณ์ความต้องการในตลาดโลกในปี 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 ไปแตะที่ระดับ 27.5 ล้านตัน โดยแยกเป็นความต้องการยางธรรมชาติ 11.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 และความต้องการยางสังเคราะห์ 15.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 ในขณะที่ปริมาณการผลิตยางรวมในปี 2555 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 ไปแตะที่ระดับ 27.2 ล้านตัน โดยแยกเป็นปริมาณการผลิตยางธรรมชาติ 11.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 และปริมาณการผลิตยางสงเคราะห์ 15.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4

ประเด็นที่น่าสังเกต คือ ในปี 2555 ปริมาณการผลิตยางธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จนกระทั่งมาอยู่ในระดับเดียวกับปริมาณความต้องการยางธรรมชาติ รวมทั้งอัตราการขยายตัวของปริมาณความต้องการยางก็มีระดับใกล้เคียงกับอัตรา การเพิ่มขึ้นของผลผลิต สะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านอุปทานในปีนี้ไม่มากนัก ส่วนปัญหาอุปทานตึงตัวน่าจะไม่รุนแรง นอกเหนือไปจากแรงหนุนจากการที่ไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูยางผลัดใบ (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) ซึ่งผลผลิตยางจะออกสู่ตลาดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังความเสี่ยงในเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณ การผลิตยาง

ในขณะที่ในด้านความต้องการยางนั้นยังต้องจับตาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจใน กลุ่มประเทศยูโรโซน และวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว และส่งผลต่อการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และความต้องการยางเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงตามไปด้วย โดยอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องจับตามอง คือ จีน เนี่องจากเป็นตลาดส่งออกยางที่สำคัญของไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 31.9 ของมูลค่าการส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ สมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนคาดว่าในปี 2555 ยอดขายรถยนต์ในจีนแม้จะยังคงขยายตัว แต่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากในปี 2554 โดยในปี 2554 ยอดจำหน่ายรถยนต์ในจีนเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.5 ไปแตะที่ระดับ 18.5 ล้านคัน เมื่อเทียบกับในปี 2553 ที่มีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 32.4 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ 11 ปี นอกจากนี้ ประเทศที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มเติบโตและมีความต้องการนำเข้ายางเพิ่ม ขึ้นได้แก่ อินเดีย เวียดนาม และบราซิล 

2.ราคาน้ำมัน เนื่องจากยางสังเคราะห์ในตลาดโลกมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของปริมาณความต้องการยางทั้งหมด โดยวัตถุดิบสำคัญในการผลิตยางสังเคราะห์ก็คือ ผลพลอยได้จากน้ำมัน ราคายางสังเคราะห์จึงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน และเนื่องจากยางสังเคราะห์เป็นสินค้าที่ใช้ทดแทนยางธรรมชาติ ดังนั้น ราคายางธรรมชาติจึงมีทิศทางเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันเช่นกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2555 ที่ระดับ 95-110 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ซึ่งเท่ากับว่าราคาน้ำมันจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง

3.การเก็งกำไรในตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าของกองทุนโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ ยางถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ซึ่งราคาซื้อขายยางในตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้ามักจะเป็นราคาชี้นำตลาดยางใน ตลาดซื้อขายจริง โดยเฉพาะในตลาดโตเกียว(TOCOM) และตลาดสิงคโปร์(SICOM)

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสังเกตคือ ในปี 2554 การปรับตัวของราคายางใน ประเทศมีแนวโน้มรุนแรงกว่าในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากมีการผนวกกับแรงเก็งกำไรของบรรดาพ่อค้ายางในตลาดท้องถิ่นด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2555 การเก็งกำไรในตลาดยางก็ยังมีแนวโน้มรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

4.การดำเนินมาตรการแทรกแซงตลาดยางของรัฐบาล และบทบาทของบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ นโยบายรัฐบาลในการดำเนินการแทรกแซงตลาดยางเพื่อพยุงราคายาง โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ นโยบายที่ดำเนินการโดยรัฐบาลไทย และนโยบายที่ดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ(ประเทศผู้ผลิตยาง รายใหญ่คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย) โดยปัจจุบันบทบาทในการพยุงราคายางของบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

สำหรับในส่วนของการดำเนินการแทรกแซงตลาดยางของไทย มีบทบาทสำคัญต่อทิศทางราคายางทั้ง ตลาดในประเทศ และตลาดโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางอันดับ 1 ของโลก และราคาส่งออกยางแผ่นรมควันชั้น 3 เอฟโอบีนับเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก ซึ่งล่าสุดการอนุมัติวงเงินเพื่อซื้อยางเก็บเข้าสต็อก(รอมติครม.เห็นชอบ) ก็หยุดภาวะราคายางที่ตกต่ำต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 และราคายางกลับ มาดีดตัวขึ้น ซึ่งมาตรการแทรกแซงตลาดยางของไทยนี้น่าจะเป็นปัจจัยที่จะช่วยพยุงราคาให้ อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่รายได้เกษตรกรผู้ปลูกยาง

5.การขยายพื้นที่ปลูกยาง เนื่องจากราคายางที่ อยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเปรียบเทียบกับพืชเกษตรประเภทอื่นๆ จากความต้องการในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆที่มีการขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ นับเป็นแรงจูงใจให้ประเทศต่างๆเร่งขยายพื้นที่ปลูกยาง เช่น ไทยมีการขยายพื้นที่ปลูกยาง 1 ล้านไร่ในปี 2546(ส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันเริ่มทยอยให้ผลผลิตแล้ว) และมีนโยบายจะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 800,000 ไร่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2555 ส่วนอินโดนีเซีย และมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกก็ขยายพื้นที่ปลูกยางเช่น กัน ส่วนจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ของโลกก็ลงทุนปลูกยางเพิ่มทั้งในประเทศ และนอกประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า และลาว เป็นต้น การขยายพื้นที่ปลูกยางส่งผลให้ปริมาณการผลิตยางในตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโต อย่างต่อเนื่อง

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าหลังช่วงตรุษจีนราคายางแผ่น ดิบ ณ ตลาดกลางยังมีโอกาสดีดตัวกลับขึ้นไปจากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 110.29 บาท/กก.(ราคา ณ วันที่ 20 มกราคม 2554) เนื่องจากคาดว่าสต็อกยางของจีนจะเริ่มปรับลดลง และจีนจะเริ่มกลับเข้ามาเริ่มซื้อยางอีกครั้ง รวมทั้งทางรัฐบาลอาจมีมาตรการเข้ามาพยุงราคาช่วยเหลือเกษตรกร ขณะที่หากเศรษฐกิจจีนไม่ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ผ่านมามากนัก (ซึ่งขยายตัวร้อยละ 8.9 ในไตรมาส 4 ปี 2554) ก็จะเป็นปัจจัยหนุนราคายาง อย่างไรก็ตาม อาจเป็นการยากที่ราคายางใน ปี 2555 จะกลับขึ้นไปอยู่ในระดับเท่ากับในปี 2554 ที่ราคาเฉลี่ยยางแผ่นดิบ ณ ตลาดกลาง อยู่ในระดับ 132.42 บาท/กก. เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว และปริมาณผลผลิตที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ที่มา : ข่าวราคายาง

แนวโน้มราคายางปี 2555 มีโอกาสขยับขึ้นจากปัจจุบัน
อ่าน:2107 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ส่งออกข้าวไทย ตกมาเป็นอันดับ 3 ของโลก
101.51.56.40: 2555/07/26 08:05:10

 

นายก ส.ผู้ส่งออกข้าวไทยเผยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2555 ไทยส่งออกข้าวรวม 3.45 ล้านตัน ปริมาณการส่งออกลดลงทุกตลาดรวมกันร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งขัน ซึ่งไทยกลายเป็นผู้ส่งออกตกลงมาเป็นอันดับ 3 รองจากอินเดีย และเวียดนาม
 
น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2555 ไทยส่งออกข้าวรวม 3.45 ล้านตัน ปริมาณการส่งออกลดลงทุกตลาดรวมกันร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งขัน ส่วนมูลค่าส่งออกรวม 71,438 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าที่มีมูลค่ารวมกว่า 107,644 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34 หากคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงร้อยละ 35 สำหรับตลาดส่งออกสำคัญคือ แอฟริกาใต้ ร้อยละ 55 รองลงมาคืออาเซียน ร้อยละ 14 และตะวันออกกลาง ร้อยละ 12
       
       ส่วนสถานการณ์ตลาดข้าวโลก ผู้ส่งออกรายใหญ่ 5 รายจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าอินเดียส่งออกมากกว่าไทยเล็กน้อย โดยส่งออกได้ 3.61 ล้านตัน และเวียดนามส่งออกข้าวได้ 3.52 ล้านตัน ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ประมาณ 3.05 ล้านตัน มูลค่ารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท รวมแล้วตลออดปี 2555 ไทยจะส่งออกข้าวได้รวม 6.5 ล้านตัน ปริมาณส่งออกลดลงร้อยละ 39 มูลค่ารวม 120,000 ล้านบาท จากที่ปี 2554 ส่งออกข้าวรวม 10.65 ล้านตัน ไทยจึงกลายเป็นผู้ส่งออกตกลงมาเป็นอันดับ 3 รองจากอินเดีย และเวียดนาม ที่คาดว่าจะส่งออกได้มากถึง 8 และ 7 ล้านตัน ตามลำดับ ส่วนปี 2556 คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้รวม 8 ล้านตัน
       
       น.ส.กอบสุขกล่าวว่า ปัจจัยลบต่อตลาดส่งออกข้าวไทย ได้แก่ สต๊อกข้าวของอินเดียมีมากเพียงพอต่อการส่งออกได้ทั้งปี ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลง ความต้องการข้าวจากอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ลดลงทำให้เวียดนามหันมาชิงตลาดข้าว โดยลดราคาเพื่อแข่งขันกับอินเดียฉุดให้ราคาตลาดโลกยิ่งต่ำลงโดยเฉพาะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราคาต่ำกว่าอินเดีย
       
       สำหรับข้อเสนอแนะที่มีต่อภาครัฐคือ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยยินดีที่จะร่วมหารือกับภาครัฐเพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการสต๊อกข้าวรัฐบาล หากรัฐบาลจะสามารถลดความคาดหวังในการบังคับควบคุมตลาดโลกลง และรับฟังความคิดเห็นของสมาคมผู้ส่งออกที่มีแต่ความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาเรื่องการระบายข้าวได้ระดับหนึ่ง
       
       นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในส่วนของข้าวในสต๊อกของรัฐบาลซึ่งมีประมาณ 10 ล้านตัน หากจะระบายออกสู่ตลาดโลก ราคาขายจำเป็นต้องลดลงอยู่ในระดับที่แข่งขันกับเวียดนามได้ที่ตันละ 430-450 ดอลลาร์สหรัฐ จากที่ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลให้รัฐบาลมีผลขาดทุนตันละ 350 ดอลลาร์สหรัฐ
       
       นายชูเกียรติกล่าวว่า แม้รัฐบาลตั้งราคารับจำนำข้าวเปลือกสูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก เพื่อดึงราคาข้าวสารทั้งในประเทศและส่งออกให้สูงขึ้น แต่ขณะนี้ราคาภายในประเทศก็ยังไม่ได้สูงขึ้นตามต้องการเพราะไม่มีแรงหนุนซื้อในตลาด เนื่องจากการส่งออกที่ลดลง
อ่าน:5124 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
โรคมือเท้าปาก ระบาดในเมืองไทย แต่ผู้ป่วยยังน้อยกว่า สิงคโปร์-เวียดนาม
101.51.58.30: 2555/07/23 20:57:36
วันนี้( 21 ก.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์โรคมือเท้าปากว่า นายกรัฐมนตรีก็เป็นห่วงไม่อยากให้มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว จึงเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ไปดูแลสถานศึกษา หรือสถานที่อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงเพราะประเทศเพื่อนบ้านไทยมีเสียชีวิตจากโรคนี้ หากพื้นที่ใดมีผู้เจ็บป่วย 10-20 คนสามารถจัดกิจกรรมร่วมกัน และจากการรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องนี้ทำให้คนมาพบหมอมากขึ้นถือเป็นเรื่องดี ที่คนตระหนักมากขึ้น เพราะก่อนป่วยแล้วไม่มาหาหมอ โอกาสตายก็มี ถ้าไปพบหมอ ทำตามหมอบอก ดูแลตั้งแต่เริ่มมีอาการ ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียชีวิต

“ผมสบายใจที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดี และดีใจที่ประชาชนตระหนักเกี่ยวกับโรคนี้เมื่อเจ็บป่วยแล้วมาพบแพทย์ ผมยืนยันว่าโรงพยาบาลทั้งรัฐและเกชนสามารรถดูแลเด็กป่วยได้ ขณะนี้ได้มีหนังสือไปยังทุกหน่วยบริการเพื่อให้องค์ความรู้รวมถึงการดูแลเด็กป่วย” นายวิทยา กล่าว

นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในการดูแลเรื่องความสะอาดสถานศึกษาหรือศูนย์เด็กเล็กหรือสถานที่เสียง ไม่อยากให้ระบาดแล้วทำความสะอาด แต่อยากให้ทำตลอด รวมทั้ง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ควรทำให้เป็นสันดาน กลับจากทำงานล้างมือก่อนกอบลูก ไม่ใช้โหนรถเมล์เสร็จแล้วมาอุ้มลูก พ่อแม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เพราะอาจเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่ลูกได้ ศูนย์กีฬาต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์รวมเด็ก ควรมีการทำความสะอาดด้วย

ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การระบาดของโรคมือเท้าปากในช่วงนี้ทุกปีก็เป็นแบบนี้ เพราะเดือนมิ.ย.เด็กไปโรงเรียน ฝนตกเชื้ออยู่ได้นานเพราะความชื้น โดยตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ดังนั้นหากมีเด็กป่วยให้รีบมาโรงพยาบาล สำหรับเชื้อไวรัสมือเท้าปากนั้นได้มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการตลอดและยังไม่พบเชื้อรุนแรง หรือเชื้อที่กลายพันธุ์ โดยเฉพาะเอนเทอโรไวรัส 71 ยังไม่มีตัวใหม่ ที่ทำให้เกิดแทรกซ้อนถึงตายได้ เชื้อในกลุ่มไวรัสเอนเทอโรยังไม่มีการกลายพันธุ์เพียงแต่จะแยกแยะสายพันธุ์ย่อยได้มากน้อยแค่ไหน และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคนเสียชีวิต

นพ.พรเทพ กล่าวต่อว่า มีสถานศึกษาหลายแห่งที่ปิดโรงเรียนแต่ไม่เป็นข่าวก็เยอะ ตรงนี้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียนโดยตรง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจะส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วกว่า 1,000 หน่วยไปให้คำแนะนำ ทำความสะอาด เอาเอกสารไปให้ครูสอนเด็ก ที่ผ่านมาพบว่า ศูนย์เด็กเล็กกว่าหมื่นแห่งขององค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศแทบไม่มีเด็กป่วยโรคมือเท้าปาก เพราะได้รับการอบรมให้ดูแลและตรวจร่างกายเด็กทุกเข้า อย่างไรก็ตามมีพ่อแม่ผู้ปกครองบางคน อยากให้ลูกเป็นในปีนี้เพราะเชื้อไม่รุนแรง เป็นแล้วจะได้มีภูมิต้านทานไปตลอด แต่หลายคนก็ไม่อยากให้ลูกป่วยเพราะพ่อแม่ต้องดูแลลูกเหนื่อย

“ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมือเท้าปากน้อยกว่า สิงคโปร์ และเวียดนาม อย่างสิงคโปร์มีผู้ป่วยกว่า 2 หมื่นราย เวียดนามกว่า 6.3 หมื่นราย ดังนั้นอย่ากังวลเรื่องนี้ เพราะสาธารสุขเราดีมาก มาตรการปิดโรงเรียนบางประเทศไม่ใช้ แต่ไทยใช้ ขอความกรุณาผู้ปกครองหากปิดอย่าไปต่อต้านเพราะเราป้องกันไม่ให้ลูกหลานท่านป่วย”นพ.พรเทพ กล่าวหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน 1422

นพ.พรเทพ กล่าวด้วยว่า ปีนี้พบโรคไข้หวัดใหญ่น้อยต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาทซื้อวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 3.5 ล้านโดส มีกลุ่มเสียงมาฉีดวัคซีนกว่า 1 ล้านคนแล้ว ดังนั้นในกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ฉีด ขอให้มาฉีดวัคซีนได้

ด้าน พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กล่าวว่า หากเด็กมีไข้สูงเกิน 48 ชม.หรือ 2 วัน หรืออาการไม่ดี เช่น ชัก เกร็ง อาเจียน พูดไม่รู้เรื่อง ตาขวาง ๆ ให้พ่อแม่ผู้ปกครองรีบพาบุตรหลานไปพบแพทย์ ในส่วนของ รพ.เด็กตอนนี้มีคนไข้มาพบแพทย์มาก ก็จะเช็ดทำความสะอาดลิฟท์ทุก ชม. และมีน้ำยาให้ล้างมือทำความสะอาด ทั้งนีพยายามสอนให้พ่อแม่ไม่ให้เอามือเข้าปากโดยไม่จำเป็น โดยมาตรการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ มีความสำคัญในการป้องกันโรค เพราะพ่อแม่เวลาป้อนอาหารลูกเอาเข้าปากตัวเองอาจแพร่เชื้อได้

“ช่วงนี้นอกจากโรคมือเท้าปากแล้วควรระหวังโรคไข้หวัดใหญ่ด้วย สำหรับโรคติดเชื้อจำนวนผู้ป่วยในปัจจุบันลดลงมาก แต่ปัญหาจากอุบัติเหตุ พลัดตก หกล้ม รถชน จมน้ำเจอเยอะมาก” พญ.ศิราภรณ์ กล่าว.

จาก dailynews.co.th
โรคมือเท้าปาก ระบาดในเมืองไทย แต่ผู้ป่วยยังน้อยกว่า สิงคโปร์-เวียดนาม
อ่าน:2542 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ปุ๋ยตรากระต่าย ยูเรีย 46-0-0 ต้องการ 60 ตัน ขอราคา
101.51.58.40: 2555/07/21 07:41:32

ต้องการซื้อปุ๋ยตรากระต่าย 46-0-0 ส่งที่จังหวัดอุดรธานี 60 ตัน เสนอราคามาได้ที่ m_sugarcane86725@hotmail.com

อ่าน:3576 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
โรงเก็บ ไซโล ข้าว พืชผลทางเกษตร ทรงโดม
125.24.18.81: 2555/07/13 15:14:10

Storage Domes reinforced concrete

 

โรงเก็บ ไซโล ข้าว พืชผลทางเกษตร

ฉางยุ้งข้าว ซีเมนต์ คอนกรีต

ก่อสร้างขนาดตามความต้องการ

รูปทรงโดมคอนกรีต แข็งแรง

กันน้ำท่วม น้ำไม่เข้า

กันแมลง หนูทำลาย
กันพายุลูกเห็บ
กันพายุ ฝน
 ทนนานตลอด

บำรุงรักษาน้อย 
ฉาง ยุ้งข้าวกลาง ประจำหมู่บ้าน

โดมหลังคา ซีเมนต์คอนกรีต ตกแต่งอาคาร

สร้างความสวยงาม ภูมิฐาน

ติดต่อ
086 536 55 49
wasantch@gmail.com 

โรงเก็บ ไซโล ข้าว พืชผลทางเกษตร ทรงโดม
อ่าน:6469 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
โดมคอนกรีต ยุ้งไซโลเกษตร โดมตกแต่งอาคาร
125.24.52.36: 2555/07/10 08:52:16
thin shell concrete dome storage thin shell concrete dome building สร้างหลังคาโดมคอนกรีต อาคาร รายละเอียด รับงานสร้างหลังคาโดมคอนกรีต อาคาร รับงานสร้างหลังคาทรงโดม คอนกรีต อาคาร ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง ได้ตามต้องการ สร้างได้ทั้ง รูปโดมโค้ง โดมเหลี่ยม โดมมะยม โดมรัสเซีย โดมทัชมาฮาล ทุกแบบ โดม ไซโล เพื่อใช้เก็บพืชผล ข้าว งานโดมไซโลเก็บปูนซีเมนต์ งานโดมไซโลเก็บปุ๋ย พร้อมชุดลำเลียง ประหยัดแรงงาน เวลา ปลอดภัย จากภัยธรรมชาติ แมลงทำลาย น้ำหนัก เก็บได้มาก เบา กันความร้อน ด้วยระบบ grc-ei แข็งแรง ทนทาน กันความร้อน สามารถขึ้นรูปแบบลวดลาย บนโดมได้ทุกแบบ ภายในใต้หลังคาโดม สามารถออกแบบลวดลาย ใต้หลังโดมมีความเรียบโค้ง เขียนรูปภาพบนเพดานโดม ตกแต่งงานศิลปได้ สร้างลวดลายได้ตามต้องการ ออกแบบและขึ้นรูป cad cam / cnc ติดต่อ Hp 086 536 5549 wasantch@gmail.com

[post via mobile device]
อ่าน:4535 | ความคิดเห็น:2 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการซื้อพันธุ์อ้อย ด่วน!!!!!!!
110.49.171.57: 2555/05/27 09:26:56

ต้องการซื้อพันธุ์อ้อยปลูกสำหรับที่ดินประมาณ 6 ไร่  ใครมีขายบ้างบอกด้วยนะคะ  ใกล้ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ยิ่งดีเลยค่ะ

รบกวนด้วยนะคะ โทร 085-2863183  บุศ

อ่าน:2793 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
ต้องการซื้อพันธ์อ้อยอู่ทอง10ด่วนมาก
115.87.217.150: 2555/04/05 22:28:59

ต้องการซื้อพันธ์อ้อยอู่ทอง10ด่วนมากเพื่อปลูกช่วงเดือนเมษายนปีนี้ ไร่อยู่ที่อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา กรุณาติดต่อที่ 0853329783

อ่าน:2657 | ความคิดเห็น:0 | แสดงความคิดเห็น
533 เรื่อง หน้าละ 10 รายการ 53 หน้า, หน้าที่ 54 มี 3 รายการ
|-Page 38 of 54-| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 |
 เรื่อง ขอแจ้งเตือนผู้อาจตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงธุรกิจ สารพัดแชร์ ลูกโซ่ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์เว็บ
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 1166 | Ans: 1
ปุ๋ยยูเรีย ตราหัววัวคันไถ ตันละเท่าไหร่ ใครมีแจ้งด้วยนะคะ
Update: 2555/07/03 18:29:16 - Views: 46269 | Ans: 99
ชาวสวนทุเรียนไทยต้องระวัง จีน ณ มลฑลไหหลำ ปลูกทุเรียนสำเร็จ ไม่ตื่นตัว ซ้ำรอยยางพาราแน่นอน
Update: 2562/09/06 09:18:05 - Views: 619 | Ans: 0
ชาวสวนทุเรียนไทยต้องระวัง จีน ณ มลฑลไหหลำ ปลูกทุเรียนสำเร็จ ไม่ตื่นตัว ซ้ำรอยยางพาราแน่นอน
ต้องการกากมันสัมปะหลัง สำหรับทำเห็ดฟาง
Update: 2559/07/26 13:35:52 - Views: 839 | Ans: 0
จำไว้.... อย่าเอาเก้าอี้ ที่เทียบเท่าหัวหน้ามานั่งทำงาน
Update: 2563/06/28 12:12:20 - Views: 683 | Ans: 0
จำไว้.... อย่าเอาเก้าอี้ ที่เทียบเท่าหัวหน้ามานั่งทำงาน
การทำปุ๋ยใช้เอง 
Update: 2553/02/20 10:47:38 - Views: 606 | Ans: 0
แก้โรคใบไหม้ในมันสำปะหลัง และโรครากเน่าโคนเน่า โรคมันสำปะหลังจากเชื้อราต่างๆ
Update: 2563/08/09 20:09:52 - Views: 97 | Ans: 2
คุณภาพของสัตว์เลี้ยงในฟาร์มที่ดี เริ่มจากน้ำ
Update: 2563/05/28 07:50:51 - Views: 86 | Ans: 0
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
Update: 2563/06/17 11:05:04 - Views: 267 | Ans: 0
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
โรคแคงเกอร์ ในพืชตระกูลส้ม และ มะนาว แก้ได้ด้วยไอเอส ปลอดสารพิษ
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
Update: 2563/05/22 11:09:25 - Views: 196 | Ans: 5
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
สมุนไพรไทยกันยุง ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้ มะกรุด สะเดา วิเศษจริงๆ ภูมิปัญญาไทยเรานี้
© FarmKaset.ORG